สหรัฐฯลดกำลังทหาร ในซีเรีย โดยคงฐานปฏิบัติการไว้เพียงแห่งเดียว
สหรัฐฯลดกำลังทหาร ในซีเรีย โดยคงฐานปฏิบัติการไว้เพียงแห่งเดียว สหรัฐอเมริกาเตรียมลดจำนวนกำลังทหารในซีเรียอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมปิดฐานทัพหลายแห่งและรวมศูนย์ปฏิบัติการไว้ที่ฐานทัพเพียงแห่งเดียวในภูมิภาค การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งใหญ่ ซึ่งได้รับการประกาศโดยโทมัส บารัค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำตุรกี และทูตพิเศษประจำซีเรียคนใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อเดือนที่ผ่านมา

ศาลเยอรมัน ตัดสินผู้ขอลี้ภัยถูกเนรเทศออกจากชายแดนโปแลนด์
สหรัฐฯลดกำลังทหาร ในซีเรีย โดยคงฐานปฏิบัติการไว้เพียงแห่งเดียว
บารัคระบุว่า มาตรการใหม่นี้สะท้อนถึงการปฏิเสธแนวทางเก่า ๆ ที่ล้มเหลวของวอชิงตันในตะวันออกกลางตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะในซีเรีย ซึ่งสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารมาตั้งแต่ปี 2014 เพื่อต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (ISIS) รวมถึงมีบทบาทในการสนับสนุนกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ที่นำโดยชาวเคิร์ด อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับพันธมิตรในภูมิภาคและเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในซีเรียเริ่มมีความไม่ชัดเจนและถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีประสิทธิภาพ
การยุบฐานทัพจำนวนมากและคงเหลือไว้เพียงแห่งเดียวมีเป้าหมายเพื่อปรับขนาดภารกิจให้เล็กลงและเน้นความคล่องตัวทางการทหารมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องจากภายในประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ลดบทบาทในความขัดแย้งต่างประเทศ และหันกลับมาให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากขึ้น
เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า ฐานปฏิบัติการที่ยังคงอยู่จะมีความพร้อมสูงในการเฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งจะมีบทบาทในการประสานงานกับพันธมิตรในภูมิภาคต่อไป การถอนกำลังครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเจ้าหน้าที่ทหารและพลเรือนในพื้นที่
ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่า การตัดสินใจลดกำลังทหารครั้งนี้อาจส่งผลต่อความสมดุลของอำนาจในภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่ออิหร่าน รัสเซีย และรัฐบาลซีเรียยังคงมีบทบาททางการทหารอย่างแข็งขันในพื้นที่ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลสหรัฐฯ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการมองการณ์ไกลและการพยายามลดภาระทางทหารที่ยืดเยื้อโดยไม่มีทิศทางที่ชัดเจน
โทมัส บารัค ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายในซีเรียครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากภูมิภาคอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และวางรากฐานสำหรับความร่วมมือทางการทูตในอนาคต เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคที่ยังคงเปราะบาง
การประกาศครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการสร้างแนวทางใหม่ในนโยบายต่างประเทศ และลดการพึ่งพาแนวทางทางทหารที่ล้มเหลวในอดีต โดยมุ่งหวังให้สหรัฐฯ มีบทบาทที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเวทีระหว่างประเทศ
สนับสนุนโดย : สล็อตเว็บตรง
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
