WHO เตือนโรคหัด จะกลับมาระบาดอีกครั้ง ขณะที่ยอดผู้ป่วยเกิน 10 ล้านราย
WHO เตือนโรคหัด จะกลับมาระบาดอีกครั้ง ขณะที่ยอดผู้ป่วยเกิน 10 ล้านรายในปี 2566ว่าผลกระทบจากการระบาดของโรคหัดที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อาจทำให้โรคหัดกลับมาระบาดอีกครั้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีการฉีดวัคซีนหดตัวและการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำกัด ทำให้ยอดผู้ป่วยในปีที่ผ่านมาเกิน 10 ล้านราย ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบหลายปี

เหตุการณ์ระเบิด ใกล้ศาลฎีกาของบราซิล
WHO เตือนโรคหัด จะกลับมาระบาดอีกครั้ง ขณะที่ยอดผู้ป่วยเกิน 10 ล้านรายในปี 2566
โรคหัดเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในเด็กวัยหัด ซึ่งมีอาการเช่น ไข้สูง ไอ จาม น้ำมูกไหล และผื่นแดงที่มักจะเริ่มต้นที่ใบหน้าและลำคอ แล้วกระจายไปทั่วร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาหรือไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โรคหัดสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น ปอดบวม สมองอักเสบ และเสียชีวิตได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพในการลดอัตราการเกิดโรคหัดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่าในปี 2566 ยอดผู้ป่วยหัดทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีการฉีดวัคซีนต่ำหรือเกิดความล่าช้าในการกระจายวัคซีน
หลายประเทศในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายงานการระบาดของโรคหัดในระดับที่น่าห่วงใย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน ซึ่งส่งผลให้มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งของปัญหานี้เกิดจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การให้บริการวัคซีนและการดูแลสุขภาพอื่นๆ ถูกยกเลิกหรือหยุดชะงักในหลายพื้นที่
การไม่สามารถควบคุมโรคหัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมีผลกระทบในระยะยาวต่อสุขภาพของเด็ก โดย WHO เตือนว่าโรคหัดไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นสัญญาณที่ชี้ถึงปัญหาการเข้าถึงวัคซีนและการดูแลสุขภาพที่ยังไม่ทั่วถึงทั่วโลก
การแนะนำจาก WHO คือ การเพิ่มความพยายามในการกระจายวัคซีนและการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงความสำคัญของการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคหัด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง
ทั้งนี้ WHO ยังเตือนว่าในปี 2567 หากไม่มีการเร่งรัดมาตรการป้องกันและกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจเห็นการระบาดของโรคหัดเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลต่อระบบสาธารณสุขและความมั่นคงทางสุขภาพของประชาชน
การป้องกันโรคหัดจึงเป็นภารกิจที่ต้องร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และประชาชน เพื่อหยุดยั้งการระบาดที่อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและสุขภาพของเด็กๆ ทั่วโลกได้ในอนาคต
สนับสนุนโดย : ufabet
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
