ประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามกฎหมายระงับความร่วมมือกับไอเออีเอ
ประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามกฎหมายระงับความร่วมมือกับไอเออีเอ ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปซาเอชชี ได้ลงนามรับรองกฎหมายใหม่ที่สภานิติบัญญัติของประเทศผ่านความเห็นชอบ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการระงับความร่วมมือกับสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นองค์กรสากลที่มีหน้าที่ตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ทั่วโลก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอิหร่านถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนถึงความไม่พอใจต่อท่าทีของนานาชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาติตะวันตก ที่ยังคงกดดันและคว่ำบาตรอิหร่านในประเด็นนิวเคลียร์มาอย่างต่อเนื่อง

ศาลสั่ง พักงานนายกฯ รอผลสอบสวนกรณีโทรศัพท์หลุด
ประธานาธิบดีอิหร่าน ลงนามกฎหมายระงับความร่วมมือกับไอเออีเอ
ตามรายงานจากสื่อของรัฐอิหร่าน ระบุว่ากฎหมายฉบับนี้มีชื่อว่า “มาตรการเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติในโครงการนิวเคลียร์” ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลในการจำกัดการเข้าถึงของ IAEA ต่อสถานที่นิวเคลียร์บางแห่งภายในประเทศ และระงับความร่วมมือที่เกินกรอบข้อผูกพันภายใต้ข้อตกลงไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์ (NPT) นอกจากนี้ยังระบุให้อิหร่านดำเนินการเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมให้สูงกว่าเดิม ซึ่งอาจเป็นการเข้าใกล้ขีดความสามารถในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากยิ่งขึ้น
การตัดสินใจของอิหร่านครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรในยุโรป โดยเฉพาะภายหลังการล่มสลายของข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 หรือที่รู้จักกันในชื่อ JCPOA หลังจากที่สหรัฐฯ ภายใต้การนำของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวออกจากข้อตกลงในปี 2018 และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ส่งผลให้เตหะรานเริ่มลดระดับความร่วมมือกับ IAEA ลงเป็นลำดับ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศแสดงความกังวลว่าการผ่านกฎหมายนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความพยายามในการฟื้นฟูข้อตกลง JCPOA ยิ่งห่างไกลออกไป ขณะที่ฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และเป็นการตอบโต้ต่อการกระทำที่ไม่เป็นธรรมของชาติตะวันตก
ทางด้าน IAEA ยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อกฎหมายฉบับใหม่ของอิหร่าน แต่ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์กร ราฟาเอล กรอสซี เคยเตือนว่า หากอิหร่านไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสามารถเข้าถึงข้อมูลและสถานที่นิวเคลียร์ได้อย่างเต็มที่ ก็อาจทำให้กระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านเสื่อมถอยลงอย่างมาก
นักวิเคราะห์มองว่ากฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากอาจกระตุ้นให้ประเทศอื่นในภูมิภาคเร่งพัฒนาขีดความสามารถทางนิวเคลียร์เช่นกัน นอกจากนี้ยังอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเผชิญหน้าใหม่ระหว่างอิหร่านกับชาติที่เป็นปฏิปักษ์ โดยเฉพาะอิสราเอล ซึ่งมองว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตนเอง
การลงนามในกฎหมายนี้ของประธานาธิบดีเปซาเอชชี จึงนับเป็นก้าวสำคัญของอิหร่านในท่ามกลางความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์ที่ยังคงไม่คลี่คลาย และยิ่งตอกย้ำว่าการเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับประชาคมโลกยังคงต้องฝ่าฟันอุปสรรคอีกมากในอนาคต
สนับสนุนโดย : ดูหนัง2025
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
