ทรัมป์ประกาศ ข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้ กำหนดภาษี 15 เปอร์เซ็นต์
ทรัมป์ประกาศ ข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้ กำหนดภาษี 15 เปอร์เซ็นต์ซึ่งนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในอนาคต หากเขาหวนคืนสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศอีกครั้งในปี 2025 โดยข้อตกลงนี้มีสาระสำคัญอยู่ที่การกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ไว้ที่ 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าสูงกว่าระดับภาษีที่เคยกำหนดไว้ในข้อตกลงการค้าเสรีเดิมระหว่างสองประเทศ

มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และถูกจับกุมในการประท้วงต่อต้านการขึ้นราคาน้ำมัน
ทรัมป์ประกาศ ข้อตกลงการค้ากับเกาหลีใต้ กำหนดภาษี 15 เปอร์เซ็นต์
ทรัมป์ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศสหรัฐฯ พร้อมทั้งลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในการค้า เขาให้เหตุผลว่า สหรัฐฯ ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาอย่างยาวนานในการแลกเปลี่ยนทางการค้ากับประเทศคู่ค้าในเอเชีย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่ส่งออกสินค้ามายังสหรัฐฯ ในปริมาณมาก ขณะที่สินค้าสหรัฐฯ กลับถูกจำกัดสิทธิเข้าไปจำหน่ายในตลาดเกาหลีใต้
นโยบายภาษี 15 เปอร์เซ็นต์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อจูงใจให้บริษัทต่างชาติย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐอเมริกา และกระตุ้นการจ้างงานภายในประเทศ ทรัมป์ยังกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้เป็นการปิดกั้นการค้า แต่เป็นการสร้างความสมดุลและความยุติธรรมที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ทั้งยังเปิดช่องให้มีการเจรจาในด้านอื่น ๆ ต่อไป เช่น เทคโนโลยี การเกษตร และอุตสาหกรรมยานยนต์
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยนักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่งมองว่า การเพิ่มภาษีนำเข้าสูงถึง 15 เปอร์เซ็นต์ อาจเป็นการส่งสัญญาณเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และอาจจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้ทางการค้าจากเกาหลีใต้ ซึ่งอาจจะมีการตั้งกำแพงภาษีตอบกลับสินค้าสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้อาจลุกลามไปถึงผู้บริโภคชาวอเมริกันที่อาจต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ และชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีต้นกำเนิดจากเกาหลีใต้
ทางด้านรัฐบาลเกาหลีใต้ยังไม่มีท่าทีตอบสนองอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่า เกาหลีใต้อาจพิจารณาทบทวนข้อตกลงเดิม และอาจยื่นเรื่องเข้าสู่เวทีเจรจาขององค์การการค้าโลก (WTO) หากเห็นว่าข้อตกลงใหม่ของทรัมป์ละเมิดหลักการค้าเสรี
การประกาศข้อตกลงการค้าครั้งนี้สะท้อนถึงแนวทาง “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของทรัมป์ที่ยังคงดำรงอยู่ และตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำที่เน้นการปกป้องผลประโยชน์ภายในประเทศเหนือการเจรจาระหว่างประเทศ ขณะที่ทั่วโลกจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า ข้อตกลงนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศอย่างไรในระยะยาว
สนับสนุนโดย : ufabet1688
0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
